แต่งตัวให้ดอกไม้


มาลัยชายเดียว


วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

คติธรรมในการทำงาน

ลืมตัว


พระสี่รูปตัดสินใจเข้ากรรมฐานอย่างอุกฤษฏ์
โดยตกลงว่าจะไม่พูดกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน
วันแรกผ่านไปด้วยดี แต่พอขึ้นวันที่สอง

เมื่อได้ยินเสียงผิดสังเกตที่กุฏิ พระรูปหนึ่งก็พูดขึ้นว่า
"เอ มีใครเข้าไปในกุฏิผมหรือเปล่า ไม่ได้ล็อกห้องไว้เสียด้วย"
พระอีกรูปหนึ่งจึงกล่าวขึ้น "ท่านนี่แย่จัง เราตกลงว่าจะไม่พูดกัน
หนึ่งเดือนไม่ใช่หรือ นี่ผ่านไปไม่ถึงสองวันท่านก็เผลอเสียแล้ว"

แล้วพระรูปที่สามก็พูดขึ้นว่า "ท่านเองก็เผลอพูดกับเขาด้วยเหมือนกัน"
แล้วพระรูปที่สี่ก็โพล่งขึ้นมาว่า "พวกท่านไม่ได้เรื่องสักคน
ดูสิ มีผมคนเดียวที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย"

คนเราเมื่อเพ่งโทษคนอื่นแล้ว ก็มักจะลืมมองตัวเอง
ครั้นตัวเองเผลอแล้ว ก็ยังมองไม่เห็นความผิดพลาดของตัวเองเสียอีก
กลับเห็นข้อบกพร่องของคนอื่นเต็มสองตา
ลำพังอายตนะทั้งห้า ก็คอยพาจิตจดจ่อแต่เรื่องนอกตัวอยู่แล้ว
ยิ่งถ้าจิตของเราคอยส่งออกนอกซ้ำเข้าไปอีก
เราก็ยิ่งมองไม่เห็นตัวเองเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเวลาเกิดหงุดหงิดขัดเคืองใจ
จิตมีแต่คอยหาเป้าสำหรับพุ่งโทสะเข้าใส่
เพราะฉะนั้น เวลาไม่พอใจอะไรจะต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
หาไม่แล้วเราอาจเหมือนกับคนในนิทานข้างล่างนี้

ชายคนหนึ่งเห็นชานอ้อยที่มีคนถ่มทิ้งไว้เรี่ยราดอยู่บนถนน
จึงหยิบมาเคี้ยว แน่นอนว่าย่อมไม่มีรสชาติอะไร
มีแต่ความจืดสนิท จึงโวยวายด้วยความโกรธเคืองว่า

"ใครวะ ตะกละตะกลามเสียจริง เล่นดูดน้ำตาลจนเกลี้ยงหมด"
เพียงแต่ย้อนดูตัวสักนิด ก็จะรู้ว่าใครกันแน่ที่ตะกละ

นิทานทั้งสองเรื่องบอกเราว่า ก่อนจะตำหนิติเตียนหรือด่าว่าใคร
เหลียวมาดูตัวเองเสียก่อน เพราะอาจเป็นอย่างคนที่เรากำลังจะพ่นพิษใส่ก็ได้
พูดง่าย ๆ คือ "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง"

วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

เพิ่มสุข ลดสุก


เพิ่มสุข ลดสุก ด้วยคติธรรม






............หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล


วิปัสสนานี้ มีผลอานิสงส์ใหญ่ยิ่งกว่าทาน ศีล
พรหมวิหารภาวนา ย่อมทำให้ผู้เจริญนั้นมีสติไม่หลง
เมื่อทำกาลกิริยา มีสุคติภพ คือ มนุษย์และโลกสวรรค์
เป็นไปในเบื้องหน้า หากยังไม่บรรลุผลทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
ถ้าอุปนิสัยมรรคผลมี ก็ย่อมทำให้ผู้นั้นบรรลุมรรคผล
ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานได้ในชาตินี้นั่นเทียว

อนึ่ง ยากนักที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะต้องตั้งอยู่ในธรรมของมนุษย์
คือ ศีล ๕ และกุศลกรรมบท ๑๐ จึงจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์
ชีวิตที่เป็นมานี้ ก็ได้ด้วยยากยิ่งนักเพราะอันตรายชีวิต
ทั้งภายใน ภายนอกมีมากต่างๆ

การที่ได้ฟังธรรมของสัตตบุรุษคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้
ก็ได้ยากยิ่งนัก เพราะกาลที่ว่างเปล่าอยู่
ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกยืดยาวนานนัก บางคาบ บางสมัย
จึงจะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกสักครั้งสักคราวหนึ่ง
เหตุนั้นเราทั้งหลายพึงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด
อย่าให้เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนานี้เลย








..........หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ



เวลากิเลสมันเกิดขึ้น เกิดขึ้นทางกาย เกิดขึ้นทางวาจา เกิดขึ้นทางใจ
รู้ทันมันเดี๋ยวนี้ มันก็ดับไปเดี๋ยวนี้แหละ

ตัวสติมันปกครองอยู่เสมอ ถ้ามีสติอยู่ทุกเมื่อ มันบ่ได้คุบมันหละ
ครั้นเกิดขึ้น รู้ทันมันก็ดับ รู้ทันก็ดับ รู้ทันก็ดับ
คิดผิดก็ดับ คิดถูกก็ดับ พอไจไม่พอไจก็ดับลงทันทีที่ตัวสติ







...........หลวงพ่อดู่ พฺรหฺมปญฺโญ



"โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม" เรื่องโลกมีแต่เรื่องยุ่งของคนอื่นทั้งนั้น

ไม่มีที่สิ้นสุด เราไปแก้ไขเขาไม่ได้

ส่วนเรื่องธรรมนั้นมีที่สุด มาจบที่ตัวเรา

ให้มาไล่ดูตัวเองแก้ไขตัวเราเอง ตนของตนเตือนตนด้วยตนเอง

ถ้าเป็นโลกแล้ว จะมีแต่ส่งออกไปข้างนอกตลอดเวลา

แต่ถ้าคิดสิ่งที่เป็นธรรมแล้ว ต้องวกกลับเข้ามาหาตัวเอง

เพราะธรรมแท้ๆ ย่อมเกิดในตัวของเรานี่ทั้งนั้น รอให้แก่เฒ่าหรือจวนตัวแล้ว

จึงสนใจภาวนา ก็เหมือนคนหัดว่ายน้ำเอาตอนเรือหรือแพใกล้แตก มันจะไม่ทันการณ์







............ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก



ก่อนที่จะพูดอะไร ให้ถามตัวเองว่าที่จะพูดนี้จำเป็นหรือเปล่า ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าพูด นี่เป็นขั้นต้นของการอบรมใจ
เพราะถ้าเราควบคุมปากตัวเองไม่ได้ เราจะควบคุมใจได้อย่างไร ไปกี่วัดกี่วัด
รวมแล้วก็วัดเดียวนั่นหละคือ วัดตัวเรา
จิตเปรียบเหมือนพระราชา อารมณ์ทั้งหลายเปรียบเหมือนเสนา
เราอย่าเป็นพระราชาที่หูเบา มัวแต่นึกถึงวันเกิด ให้นึกถึงวันตายเสียบ้าง
ของดีจริง ไม่ต้องโฆษณา คนชอบขายความดีตัวเอง
ที่จริงขายความโง่ของตัวเองมากกว่า
คมให้มีในฝัก ให้ถึงเวลาที่จะต้องใช้จริงๆ จึงค่อยชักออกมา จะได้ไม่เสียคม
สักวันหนึ่งความตายจะมาถึงมาบีบบังคับให้เราปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉะนั้น เราต้องหัดปล่อยวางล่วงหน้าให้มันเคย ไม่อย่างนั้น
พอถึงเวลาไปจะลำบาก
เวลาเราทำงานอะไรอยู่ ถ้าเราสังเกตว่าใจเราเสีย ก็ให้หยุดทันที

แล้วกลับมาดูใจของตนเอง เราต้องรักษาใจของเราไว้เป็นงานอันดับแรก
คนอื่นเขาด่าเรา เขาก็ลืมไป แต่เราไปเก็บมาคิด เหมือนเขาคายเศษอาหารทิ้งไปแล้ว
เราไปเก็บมากิน แล้วจะว่าใครโง่











........หลวงพ่อชา สุภทฺโท


ผู้ไปยึดอารมณ์จะเป็นทุกข์ เพราะอารมณ์มันไม่เที่ยง
ดูซิ...เราข้ามกันไปหมด พากันทำบุญ แต่ว่าไม่พากันละบาป
ผ้าสกปรกไม่ฟอก แต่อยากจะรับน้ำย้อมนะ
ที่เรามาปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้ ก็เพื่อให้เห็นจิตเดิม
เราคิดว่าจิตเป็นสุข จิตเป็นทุกข์ แต่ความจริงจิตไม่ได้สร้างสุขสร้างทุกข์
อารมณ์มาหลอกลวงต่างหาก มันจึงหลงอารมณ์
ฉะนั้น เราจึงต้องมาฝึกจิตใจให้ฉลาดขึ้น ให้รู้จักอารมณ์
ไม่ให้เป็นไปตามอารมณ์ จิตก็สงบ การทำจิตใจของเราให้มีกำลัง
กับการทำกายของเราให้มีกำลัง มันต่างกัน การทำกายให้มีกำลังก็คือ การออกกำลัง
กายทำกายบริหาร มีการกระโดด การวิ่ง นี่คือการทำกายให้มีกำลัง
การทำจิตใจให้มีกำลังก็คือ ทำจิตให้สงบ ไม่ใช่ทำจิตให้คิดนั่น คิดนี่ไปต่างๆ
ให้อยู่ในขอบเขตของมัน เพราะว่าจิตของเรานั้นไม่เคยได้สงบ
ไม่เคยมีกำลัง มันจึงไม่มีกำลังทางด้านสมาธิภายใน


















วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2553

เก็บดอกไม้ไว้นานๆ

.... วิธีการเก็บรักษาดอกไม้ไว้นาน ๆ







1. ปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ กำดอกไม้เป็นกำย่อย ๆ 5-10 ช่อ แล้วนำไปแขวน
กลับหัวลง เพื่อให้ก้านตรง ควรแขวนไว้ในที่แห้ง ๆ ไม่ถูกแสงแดดโดยตรง


2. การทำดอกไม้ทับแห้ง ทำได้โดยการเก็บลงหนังสือ แต่ก่อนที่จะเก็บลงหนังสือ
ควรนำดอกไม้มาตัดแต่ง ซึ่งสามารถนำดอกไม้แห้งที่ได้ มาใช้ทำการ์ด ที่คั่นหนังสือ และอื่นอีกมากมาย



3. ใช้สารดูดความชื้น ใช้ซิลิกาเจลแบบเม็ดละเอียด (ทราย)
วิธีทำเริ่มจากการนำดอกไม้ที่ต้องการไปอบแห้งแล้วตัดก้านออก

ให้เหลือความยาวประมาณ 1 นิ้วเป็นอย่างต่ำ หลังจากนั้นก็หาภาชนะ ที่มีขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุดอกไม้ที่
ต้องการอบได้ เติมซิลิกาเจลลงในภาชนะประมาณ 1/2 - 1 นิ้ว ปักดอกไม้ที่เตรียมไว้ลงในซิลิกาเจล แล้ว
ค่อย ๆใช้ช้อนตัก ซิลิกาเจลเติมลงไปรอบ ๆ ดอก และ ในระหว่างกลีบดอก ระวัง อย่าให้กลีบพับ จนกระทั่ง
กลบดอกไม้ท่วมหมด ขั้นต่อไป ถ้าเป็นดอกกุหลาบให้ปิดฝาให้สนิท แล้วทิ้งไว้ประมาณ 7 ถึง 10 วัน หรือถ้า
เป็นดอกกล้วยไม้ ก็ยังไม่ต้องปิดฝา นำไปใส่เตาไมโครเวฟ ใช้ไฟแรง 1 นาที หลังจากนั้นนำออกมาตั้งทิ้งไว้
ให้เย็นตัวลง เมื่อดอกไม้แห้งพอแล้ว ก็ค่อย ๆ เทซิลิกาเจลออก แล้วใช้พู่กันขนนุ่มๆ ปัดเศษซิลิกาเจลที่ติด
อยู่ออกให้หมด
4.การใช้กลีเซอรีน เป็นวิธีการถนอมใบไม้วิธีทำ เตรียมสารแช่โดยผสม กลีเซอรีน (หาซื้อตามร้าน
ขายเคมีทำสบู่) 1 ส่วน กับน้ำอุ่นมาก ๆ 2 ส่วน กวนผสมกันให้ดี ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น (กะปริมาณให้มากพอ
ท่วมใบไม้) ต่อมาเตรียมใบไม้โดย เลือกใบที่สวย สมบูรณ์ ไม่มีรอยถลอก หรือฉีกขาด รอยพวกนี้จะเห็นชัด
ขึ้นเมื่อเสร็จกระบวนการแช่ เรียงใบในภาชนะโดยให้ส่วนโคนใบอยู่ด้านล่าง ตั้งปลายใบขึ้น แล้วจึงเทสารแช่
ลงไปให้ท่วม ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน เอาใบขึ้นมาล้างน้ำ เช็ดให้แห้งลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกัน
จะได้เก็บดอกไม้ไว้ได้นาน ๆดังตัวอย่างที่ทำเสร็จแล้ว ดอกไม้ - ใบไม้แห้ง

เรื่อง หมาหมา...สี่ขาครับผม

เรื่อง......หมาหมา....สี่ขาครับผม








เพื่อนเราแสนสุขใจ









ถึงจะตัวเล็กแต่ก็เก่งนะครับ










สนุกจริง ๆ เล่นด้วยกันไหม








......... ง่วงแล้วไปนอนกันดีกว่า






ผมหล่อไหมครับ..อิจฉาผมแล้วซิ...ฮิ ฮิ










โอ๊ย !!! เมาครับ เมื่อคืนหนักไปหน่อย








แหม.... ชัดแจ่วเลย





วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

ช่อดอกไม้

หนึ่งคำ.....มาจากความรู้สึกทั้งหมดที่มี...





หนึ่งคำ.....มาจากความรู้สึกทั้งหมดที่มี...

อีกหนึ่งคำ....มาจากความรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ...



" รัก "




คำนี้จะมากด้วยความหมาย......
ถ้าออกมาจาก "หัวใจ" ...จริงๆ..
เอ่ยคำๆนี้ ให้คนของใจ มากแค่ไหนกัน
บางคนเก็บไว้.....ทั้งๆที่อีกฝ่ายต้องการที่จะได้ยิน
...บางคนบอกบ่อยเกินไป...จนอีกฝ่ายรู้สึกว่า ง่ายเกิน


บอกรักแค่ไหนกัน ถึงจะพอดี
...คิดว่า.....คงต้องดู"คนของใจ"เป็นสำคัญ
ความใส่ใจในตัวเขาทั้งการกระทำและความรู้สึก
.......จะทำให้เรารู้จักเขาเป็นอย่างดี
...และก็จะรู้ว่าเราควรจะบอกรักได้บ่อยมากแค่ไหน


บางทีความใส่ใจเล็กๆน้อยๆ
..ที่หลายคนมองข้ามไป
อาจกลายเป็นส่วนที่ทำให้เขาประทับใจในตัวเรา
...แบบไม่มีวันลืมก็ได้...




" ขอโทษ "



คำนี้เป็นคำที่สามารถสานสายสัมพันธ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
ไม่เข้าใจกัน....ขอโทษเพื่อปรับความเข้าใจกัน
...เข้าใจผิดกัน...ขอโทษพร้อมอธิบาย...ไม่ใช่คำแก้ตัว

เช่นกันกับคำว่ารัก..ถ้าออกมาจาก"หัวใจ"จริงๆ
ถ้าไม่บอกบ่อยครั้ง....จนเกินความพอดี กลายเป็นความผิดซ้ำๆ
ถ้าไม่เคยเอ่ยออกมาเลย.....เพราะทิฐิที่มีต่อกัน

...ฉันรู้แต่ว่า.....ถ้าฉันทำให้เขาโกรธ
......ฉันจะขอโทษ.....และอธิบายให้เข้าใจ
...ฉันจะพูดเพื่อความเข้าใจกัน
........ฉันจะพูดเพื่อความรักของเรา....

กว่าจะคบกันมาได้นานและรักกันได้
ถ้าต้องจบลงเพราะเรื่องเดิมๆ แต่ละเลยที่จะปรับความเข้าใจกัน
คงต้องถามตัวเองแล้วว่า
นี่เราไม่ได้รักเขาหรือ
...เราไม่ได้ใส่ใจความรักของเราเหรอ
เพียงแต่พูดคำว่า"ขอโทษ"พร้อมกับ"คำอธิบาย"ไม่กี่ประโยค
ทำไม่ได้เหรอไง ωω

ความผิดที่มากมาย..และเราก็รู้สึกผิดมากเช่นกันนั้น
บางครั้งก็สามารถแก้ได้ด้วยคำว่า"ขอโทษ"เพียงคำเดียว


หากเอ่ยคำว่า"ขอโทษ" แล้วได้รับโอกาสแก้ไขความผิด!!

ลงมือแก้ไขซะนับตั้งแต่วินาทีนั้น .. ก่อนที่มันจะสายเกินไป !!


จนคำว่า "ขอโทษ" มันไม่มีความหมาย และไม่ได้รับ "การให้อภัย" อีกเลย...

ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่า...

จะใช้คำว่า "รัก" และ "ขอโทษ"
ให้ "มากค่า" แค่ไหน... ระหว่างใจ 2 ใจ
...ให้บ่อยครั้งมากแค่ไหน...ในช่วงเวลาที่คบกัน
แต่เชื่อเถอะว่า...คำ 2 คำ นี้
.......ให้ผลทางบวกระหว่างคน 2 คน ได้เป็นอย่างดี..









เขียนโดย ครูณัฐนันท์ ที่ 8:23 0 ความคิดเห็น




คิดบวก ............ ชีวิตบวก









• เวลาเจองานหนักให้บอกตัวเองว่า


นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ


• เวลาเจอปัญหาซับซ้อนให้บอกตัวเองว่า


นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ


• เวลาเจอความทุกข์หนักให้บอกตัวเองว่า


นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต


• เวลาเจอเจ้านายจอมละเมียดให้บอกตัวเองว่า


นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ














• เวลาเจอคำตำหนิให้บอกตัวเองว่า


นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ



• เวลาเจอคำนินทาให้บอกตัวเองว่า



นี่คือการสะท้อนว่า เรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย



• เวลาเจอความผิดหวังให้บอกตัวเองว่า


นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต









• เวลาเจอความป่วยไข้ให้บอกตัวเองว่า


นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี


• เวลาเจอความพลัดพรากให้บอกตัวเองว่า


นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง


• เวลาเจอลูกน้องหัวดื้อให้บอกตัวเองว่า



นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นผู้นำที่แท้จริง


• เวลาแฟนขอเลิกให้บอกตัวเองว่า


นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ


• เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจให้บอกตัวเองว่า


นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง


• เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อนให้บอกตัวเองว่า


นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม


• เวลาเจอคนเลวให้บอกตัวเองว่า


นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์


• เวลาเจออุบัติเหตุให้บอกตัวเองว่า


นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด














• เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้งให้บอกตัวเองว่า


นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า 'มารไม่มีบารมีไม่เกิด'


• เวลาเจอเหตุการณ์วิกฤตให้บอกตัวเองว่า


นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม 'ในวิกฤตย่อมมีโอกาส'


• เวลามีหนี้สินให้บอกตัวเองว่า


นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต


• เวลาเจอความตายให้บอกตัวเองว่า


นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์