แต่งตัวให้ดอกไม้


มาลัยชายเดียว


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอนใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอนใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

รู้จักรัก





การมีคนรัก
ไม่ได้หมายความว่าคุณรู้จักรัก


ความรู้สึกแสนดี
การมีเรื่องประทับใจ
ได้ช่วยกันสานสายใยผูกพัน
เป็นเพียงเปลือกนอกของความรัก






เนื้อแท้ของความรัก
คือการมีกันและกันในยามยาก
แก่นสารของความรัก
คือการรู้ทางที่จะร่วมกอดคอ
เดินหน้าไปสู่ความดับทุกข์
ไม่เหลือแม้้น้ำตาอาลัยกันในยามตาย





...จากหนังสือ..ดังตฤณวิสัชนา ฉบับ รู้จักรัก













คำคม...สอนใจ





การที่คุณบอกความในใจกับใครคนนั้นไป มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย
เพราะบางทีใครคนนั้นอาจกำลังรอคำพูดของคุณอยู่






เรือที่จอดอยู่ในท่าจะปลอดภัยที่สุด
แต่เรือไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้จอดอยู่ในท่า

เธอจะพบความสวยงามของมหาสมุทรได้อย่างไร
หากเธอไม่กล้าพอที่จะออกไปไกลจากฝั่ง

สำหรับคนที่มีความอดทน
แม้ชั่วโมงที่ยากลำบากที่สุดก็ยาวนานเพียง 60 นาที

วันที่ยาวนานที่สุดคือวันที่หัวใจของเธอ
ไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

ฉันเป็นคนมั่งมี
ไม่ใช่เพราะฉันมีมากมาย
แต่เป็นเพราะว่าฉันมีมากพอ
เทียนที่นำไปจุดเทียนเล่มอื่นจะไม่สูญเสียความสว่างของตัวเอง
แต่จะทำให้ห้องสว่างไสวขึ้น

บางครั้ง เราอาจไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอง
ฉะนั้นจึงไม่ควรตัดสินการกระทำของคนอื่น

ถ้ามองแต่ความผิดของคนอื่น เธอจะมีแต่ความเกลียด
ถ้ามองแต่ความดีของคนอื่น เธอจะมีแต่ความรัก

เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น อย่ามัวคิดว่าใครเป็นคนทำ
แต่จงคิดว่าจะแก้ไขได้อย่างไร

เมื่อพบความผิดพลาด ก็นับว่า
ความผิดพลาดนั้นได้รับการแก้ไขไปแล้วส่วนหนึ่ง

เธอต้องยอมรับผลของพายุของฝนฟ้าคะนอง
ด้วยความสำเร็จขึ้นอยู่กับการกระทำไม่ใช่การอธิษฐาน
.
.

คิดทุกคำที่พูด แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด










ธรรมะเย็นใจ


ธรรมะเย็นใจ : สอนใจตัวเองก่อน

เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่ เป็นครู เป็นพ่อแม่

มีลูกน้อง มีลูกศิษย์ มีลูก

สมมติว่าเราเป็นพ่อแม่มีลูก

เมื่อลูกทำผิดจริง ๆ แล้วเราโกรธ ใจร้อน อย่าเพิ่งสอนลูก

สอนใจตัวเองให้ระงับอารมณ์ร้อน ให้ใจเย็น ใจดี

มีเมตตาก่อน จนรู้สึกมั่นใจว่าใจเราพร้อมแล้ว

และดูว่าลูกพร้อมที่จะรับฟังไหม ถ้าเราพร้อม

แต่ลูกยังไม่พร้อม ก็ยังไม่ต้องพูด เพราะไม่เกิดประโยชน์

เราพร้อมที่จะสอน เขาพร้อมที่จะฟัง

จึงจะเกิดประโยชน์เป็นการสอน

ถ้าเราสังเกตุดู บางครั้งใจเรารู้สึกเหมือนอยากจะสอน

แต่ความเป็ฯจริงแล้วเราเพียงอยากระบายอารมณ์ของเรา

สิ่งที่เราพูดแม้เป็นเรื่องจริง แต่ก็แฝงด้วยความโกรธ

เพราะยังเป็นความใจร้อน มีตัณหา

ถ้าใจเราโกรธ พูดเหมือนกัน พูดคำเดียวกัน นั่นคือโกรธ

ถ้าใจเราดี ใจเขาดี คำพูดของเราเป็นประโยชน์ นั่นคือ

สอน

เมื่อเราอยู่ในสังคม สิ่งที่ต้องระวังคือ หากเห็นใครทำผิด

อย่ายึดมั่นถือมั่นในความรู้สึกและความคิดของตน

อย่ายินดี อย่ายินร้าย ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน

พยายามอบรมใจตนเองว่า

ธรรมชาติของคนเรา มักจะมองข้ามความผิดของตนเอง

ชอบจับผิดแต่คนอื่น
มองเห็นความผิดของคนอื่นเหมือนภูเขา

เห็นความผิดตนเท่ารูเข็ม

ตดคนอื่นเหม็นเหลือทน

ตดตนเองเหม็นไม่เป็นไร

ปากคนอื่นเหม็นเหลือทน

ปากของตนเหม็นไม่รู้สึกอะไร
:
:

เรามักทุ่มใจ ไปอยู่ที่ความรู้สึกนึกคิดของตนเอง

อย่าเชื่อความรู้สึก อย่าเชื่ออารมณ์ อย่ายินดี ยินร้าย

พยายามรักษาใจเย็น ใจดี ใจกลาง ๆ

ปกติเราทำผิดเหมือนกัน เท่ากัน หรืออาจจะมากกว่าเขา

แต่ความรู้สึกของเรามักจะมากกว่าเขา

และไม่เห็นความผิดของตัวเองเลยน่ากลัวจริง ๆ

สังเกตุดู คนที่ขี้บ่น ขี้โมโหว่าคนอื่นทำอะไรไม่ดี ไม่ถูก

ตัวของเขาเอง คิดดี พูดดี ทำดีไหม....ก็อาจจะไม่

เราเองก็เหมือนกัน เมื่อเราเกิดอารมณ์ไม่พอใจ

อย่าเชื่อความรู้สึกให้ระงับอารมณ์เสีย ทำใจเป็นกลาง ๆ

ไว้
:
:

อย่าเชื่อความรู้สึก

อย่าเชื่ออารมณ์

อย่ายินดียินร้าย

:

:

ธรรมะของพระอาจารย์มิตซูโอะ เควสโก

วัดสุนันทวนาราม

บ้านท่าเตียน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัด

กาญจนบุรี

จากหนังสือเหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก
:
:

วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

หนึ่งคำ.....มาจากความรู้สึกทั้งหมดที่มี...





หนึ่งคำ.....มาจากความรู้สึกทั้งหมดที่มี...

อีกหนึ่งคำ....มาจากความรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ...



" รัก "




คำนี้จะมากด้วยความหมาย......
ถ้าออกมาจาก "หัวใจ" ...จริงๆ..
เอ่ยคำๆนี้ ให้คนของใจ มากแค่ไหนกัน
บางคนเก็บไว้.....ทั้งๆที่อีกฝ่ายต้องการที่จะได้ยิน
...บางคนบอกบ่อยเกินไป...จนอีกฝ่ายรู้สึกว่า ง่ายเกิน


บอกรักแค่ไหนกัน ถึงจะพอดี
...คิดว่า.....คงต้องดู"คนของใจ"เป็นสำคัญ
ความใส่ใจในตัวเขาทั้งการกระทำและความรู้สึก
.......จะทำให้เรารู้จักเขาเป็นอย่างดี
...และก็จะรู้ว่าเราควรจะบอกรักได้บ่อยมากแค่ไหน


บางทีความใส่ใจเล็กๆน้อยๆ
..ที่หลายคนมองข้ามไป
อาจกลายเป็นส่วนที่ทำให้เขาประทับใจในตัวเรา
...แบบไม่มีวันลืมก็ได้...




" ขอโทษ "



คำนี้เป็นคำที่สามารถสานสายสัมพันธ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
ไม่เข้าใจกัน....ขอโทษเพื่อปรับความเข้าใจกัน
...เข้าใจผิดกัน...ขอโทษพร้อมอธิบาย...ไม่ใช่คำแก้ตัว

เช่นกันกับคำว่ารัก..ถ้าออกมาจาก"หัวใจ"จริงๆ
ถ้าไม่บอกบ่อยครั้ง....จนเกินความพอดี กลายเป็นความผิดซ้ำๆ
ถ้าไม่เคยเอ่ยออกมาเลย.....เพราะทิฐิที่มีต่อกัน

...ฉันรู้แต่ว่า.....ถ้าฉันทำให้เขาโกรธ
......ฉันจะขอโทษ.....และอธิบายให้เข้าใจ
...ฉันจะพูดเพื่อความเข้าใจกัน
........ฉันจะพูดเพื่อความรักของเรา....

กว่าจะคบกันมาได้นานและรักกันได้
ถ้าต้องจบลงเพราะเรื่องเดิมๆ แต่ละเลยที่จะปรับความเข้าใจกัน
คงต้องถามตัวเองแล้วว่า
นี่เราไม่ได้รักเขาหรือ
...เราไม่ได้ใส่ใจความรักของเราเหรอ
เพียงแต่พูดคำว่า"ขอโทษ"พร้อมกับ"คำอธิบาย"ไม่กี่ประโยค
ทำไม่ได้เหรอไง ωω

ความผิดที่มากมาย..และเราก็รู้สึกผิดมากเช่นกันนั้น
บางครั้งก็สามารถแก้ได้ด้วยคำว่า"ขอโทษ"เพียงคำเดียว


หากเอ่ยคำว่า"ขอโทษ" แล้วได้รับโอกาสแก้ไขความผิด!!

ลงมือแก้ไขซะนับตั้งแต่วินาทีนั้น .. ก่อนที่มันจะสายเกินไป !!


จนคำว่า "ขอโทษ" มันไม่มีความหมาย และไม่ได้รับ "การให้อภัย" อีกเลย...

ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่า...

จะใช้คำว่า "รัก" และ "ขอโทษ"
ให้ "มากค่า" แค่ไหน... ระหว่างใจ 2 ใจ
...ให้บ่อยครั้งมากแค่ไหน...ในช่วงเวลาที่คบกัน
แต่เชื่อเถอะว่า...คำ 2 คำ นี้
.......ให้ผลทางบวกระหว่างคน 2 คน ได้เป็นอย่างดี..









เขียนโดย ครูณัฐนันท์ ที่ 8:23 0 ความคิดเห็น




คิดบวก ............ ชีวิตบวก









• เวลาเจองานหนักให้บอกตัวเองว่า


นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ


• เวลาเจอปัญหาซับซ้อนให้บอกตัวเองว่า


นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ


• เวลาเจอความทุกข์หนักให้บอกตัวเองว่า


นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต


• เวลาเจอเจ้านายจอมละเมียดให้บอกตัวเองว่า


นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ














• เวลาเจอคำตำหนิให้บอกตัวเองว่า


นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ



• เวลาเจอคำนินทาให้บอกตัวเองว่า



นี่คือการสะท้อนว่า เรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย



• เวลาเจอความผิดหวังให้บอกตัวเองว่า


นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต









• เวลาเจอความป่วยไข้ให้บอกตัวเองว่า


นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี


• เวลาเจอความพลัดพรากให้บอกตัวเองว่า


นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง


• เวลาเจอลูกน้องหัวดื้อให้บอกตัวเองว่า



นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นผู้นำที่แท้จริง


• เวลาแฟนขอเลิกให้บอกตัวเองว่า


นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ


• เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจให้บอกตัวเองว่า


นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง


• เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อนให้บอกตัวเองว่า


นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม


• เวลาเจอคนเลวให้บอกตัวเองว่า


นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์


• เวลาเจออุบัติเหตุให้บอกตัวเองว่า


นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด














• เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้งให้บอกตัวเองว่า


นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า 'มารไม่มีบารมีไม่เกิด'


• เวลาเจอเหตุการณ์วิกฤตให้บอกตัวเองว่า


นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม 'ในวิกฤตย่อมมีโอกาส'


• เวลามีหนี้สินให้บอกตัวเองว่า


นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต


• เวลาเจอความตายให้บอกตัวเองว่า


นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์